
ณ อาณาจักรกุรุธรรมอันแสนสงบสุข ปกครองโดยพระเจ้าปัญญาธิราช ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่งนัก พระองค์ทรงปกครองด้วยหลักธรรม ทำให้ประชาชนมีความสุขทั่วหน้า
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงประทับอยู่ ณ ท้องพระโรง เหล่าข้าราชบริพารนาคาได้นำข่าวร้ายมาทูล
"ฝ่าบาท! เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นแล้ว!" ข้าราชบริพารนาคากล่าวด้วยความตกใจ
พระเจ้าปัญญาธิราชทรงขมวดพระขนง
"เกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดเจ้าจึงมีท่าทีเช่นนั้น?"
ข้าราชบริพารนาคาเล่าเหตุการณ์
"ชาวบ้านในหมู่บ้านชายแดนของเรา ถูกกองโจรป่าที่นำโดย 'ทมิฬ' ปล้นสะดม ข้าวของถูกเผาผลาญ ชีวิตผู้คนตกอยู่ในอันตราย"
พระเจ้าปัญญาธิราชทรงพิโรธอย่างยิ่ง
"พวกมันกล้าดียังไงถึงได้เหิมเกริมถึงเพียงนี้!"
พระองค์ทรงมีรับสั่งให้เหล่าทหารเตรียมพร้อม
"ข้าจะนำทัพไปปราบปรามพวกมันด้วยตนเอง!"
เหล่าขุนนางพากันทูลห้าม
"ฝ่าบาท! เป็นการเสี่ยงอันตรายเกินไป! ขอให้ฝ่าบาททรงมอบหมายให้แม่ทัพดำเนินการเถิด"
แต่พระเจ้าปัญญาธิราชทรงยืนกราน
"ข้าคือผู้ปกครอง ข้าต้องปกป้องพสกนิกรของข้า!"
พระองค์ทรงนำทัพเข้าสู่ป่าใหญ่ การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากและอันตราย
เมื่อไปถึงหมู่บ้านที่ถูกปล้นสะดม สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพความเสียหายและความสูญเสีย
"ช่างโหดร้ายเหลือเกิน!" พระเจ้าปัญญาธิราชทรงอุทานด้วยความสลดพระทัย
ขณะที่ทรงตรวจดูความเสียหาย ทรงเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังร้องไห้กอดศพมารดา
"แม่จ๋า! อย่าทิ้งหนูไปนะ!"
ภาพนั้นทำให้พระเจ้าปัญญาธิราชทรงสะเทือนพระทัยอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น ทมิฬ หัวหน้ากองโจร ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสมุน
"แกคือใคร! กล้าดียังไงถึงมารุกรานที่ของข้า!" ทมิฬตะโกนก้อง
พระเจ้าปัญญาธิราชทรงสงบนิ่ง
"ข้าคือพระเจ้าปัญญาธิราชแห่งอาณาจักรกุรุธรรม ข้ามาเพื่อปราบปรามพวกเจ้า!"
ทมิฬหัวเราะเยาะ
"ฮ่าๆๆ! กษัตริย์ผู้ไร้เดียงสา! แกจะทำอะไรข้าได้!"
การต่อสู้ระหว่างกองทัพของพระเจ้าปัญญาธิราชกับกองโจรทมิฬได้อุบัติขึ้น
แม้ว่ากองทัพของพระองค์จะมีกำลังมากกว่า แต่ทมิฬก็มีความชำนาญในการต่อสู้ในป่า
ในระหว่างการต่อสู้ พระเจ้าปัญญาธิราชทรงสังเกตเห็นความโหดร้ายทารุณของทมิฬ
"แกมันปีศาจร้าย!"
พระองค์ทรงตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับทมิฬโดยตรง
เมื่อทั้งสองปะทะกัน พระเจ้าปัญญาธิราชทรงใช้พละกำลังและความสามารถทั้งหมดที่มี
แต่ทมิฬก็แข็งแกร่งและว่องไว
"แกจะสู้ข้าไม่ได้หรอก!" ทมิฬเยาะเย้ย
ในขณะที่พระองค์ทรงเสียเปรียบ ทรงนึกถึงคำสอนของพระบิดาที่ว่า "ความโกรธแค้นย่อมนำมาซึ่งความผิดพลาด"
พระองค์ทรงระลึกได้ว่า การตอบโต้ด้วยความโกรธย่อมไม่เป็นผลดี
พระองค์ทรงพยายามสงบจิตใจ
"ข้าจะมิยอมแพ้!"
แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ทมิฬใช้โอกาสที่พระเจ้าปัญญาธิราชทรงชะงัก ทรงฟันดาบใส่พระองค์
แม้ว่าพระองค์จะทรงพยายามหลบ แต่ก็ถูกฟันเข้าที่พระพาหา
พระองค์ทรงล้มลง
"ฝ่าบาท!" เหล่าทหารตะโกนด้วยความตกใจ
ทมิฬเดินเข้ามาประชิด
"แกตายแน่!"
แต่ก่อนที่ทมิฬจะลงมือซ้ำ พระเจ้าปัญญาธิราชทรงใช้สติปัญญา
"ถ้าเจ้าฆ่าข้าไป เจ้าก็จะได้เป็นกษัตริย์ใช่หรือไม่?"
ทมิฬชะงัก
"แน่นอน!"
พระเจ้าปัญญาธิราชทรงตรัสต่อ
"แต่เจ้าจะครองบัลลังก์ได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าไร้ซึ่งคุณธรรม? เจ้าจะทำให้ประชาชนของข้าเดือดร้อนยิ่งกว่าเดิม"
ทมิฬเริ่มลังเล
พระเจ้าปัญญาธิราชทรงตรัสต่อไป
"ข้าขอมอบชีวิตของข้าให้เจ้า แต่ขอเจ้าจงสัญญาว่า จะไม่ทำร้ายประชาชนอีก"
ทมิฬมองพระเจ้าปัญญาธิราชด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"เจ้า...เจ้าไม่กลัวความตายหรือ?"
พระเจ้าปัญญาธิราชทรงยิ้ม
"ข้าละอายต่อบาปมากกว่าความตาย"
คำพูดนี้ทำให้ทมิฬรู้สึกละอายใจ
"ข้า...ข้าขอโทษ"
ทมิฬวางดาบลง
"ข้าจะเลิกเป็นโจร! ข้าจะขอใช้ชีวิตอย่างสุจริต!"
พระเจ้าปัญญาธิราชทรงประหลาดพระทัย
"จริงหรือ?"
ทมิฬพยักหน้า
"จริงพ่ะย่ะค่ะ! ข้าจะไม่กลับไปทำชั่วอีก"
พระเจ้าปัญญาธิราชทรงให้อภัยทมิฬ และนำพาเขากลับสู่เมืองเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
ในที่สุด อาณาจักรกุรุธรรมก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
— In-Article Ad —
ความละอายต่อบาปย่อมนำมาซึ่งการกลับตัวกลับใจ.
บารมีที่บำเพ็ญ: ขันติบารมี, ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
525มหานิบาตความซื่อสัตย์คือสมบัติอันประเสริฐณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ กษัตริย์ผู้ครองนครมีพ...
💡 ความซื่อสัตย์เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่ควรยึดถือปฏิบัติ ไม่ว่าจะต่อผู้อื่นหรือต่อสัตว์
254ติกนิบาตสุริยโชตรชาดก (ครั้งที่ 2) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมปกครองเมืองพาราณสี...
💡 การบำเพ็ญเพียรทางจิต มิใช่การหนีโลก แต่เป็นการแสวงหาความสุขที่แท้จริง และการช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการบำเพ็ญบารมี
125เอกนิบาตนฬิรีชาดกในอดีตกาล ณ อาณาจักรแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ และมีป่าไม้เขียวขจีเป็นจำนวนมาก...
💡 ความเมตตาและการแบ่งปัน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญที่แท้จริง
209ทุกนิบาตสมุทรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ อาณาจักรอันรุ่งเรือง ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเป็นพระเวสสันดร บำเพ...
💡 การให้ย่อมนำความสุขที่แท้จริง ความโลภนำมาซึ่งความทุกข์ การให้อภัยเป็นสิ่งประเสริฐ.
381ฉักกนิบาตอัคคิทสชาดก (ครั้งที่ 2) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรง...
💡 ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่และเสียสละได้ทุกสิ่งเพื่อลูก แม้จะต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อหรือความเจ็บปวด
339จตุกกนิบาตเสียงเพรียกแห่งความยุติธรรมณ นครอันไพศาลนามว่า กุรุมพะ เมืองแห่งการค้าขายที่รุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทร...
💡 ความยุติธรรมต้องอาศัยปัญญาในการสืบค้น ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครก็ตาม
— Multiplex Ad —